<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>นิติศาสตร์ Archives - บันทึกของเภสัชอู๋</title>
	<atom:link href="https://pitipatdiary.com/tag/%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://pitipatdiary.com/tag/นิติศาสตร์/</link>
	<description>บันทึกเรื่องราวต่างๆที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ไม่ว่าจะเรื่องงาน เรื่องในวงการยา เรื่องเทคโนโลยี ของเภสัชอู๋</description>
	<lastBuildDate>Mon, 17 Jun 2024 07:50:20 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://pitipatdiary.com/wp-content/uploads/2018/03/cropped-logo1-32x32.png</url>
	<title>นิติศาสตร์ Archives - บันทึกของเภสัชอู๋</title>
	<link>https://pitipatdiary.com/tag/นิติศาสตร์/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
<site xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">144016418</site>	<item>
		<title>ปฐมนิเทศรามคำแหง นิติศาสตร์ ภาคพิเศษ 16/6/67</title>
		<link>https://pitipatdiary.com/learn/law/ramkhamhaeng-law-orientation/</link>
					<comments>https://pitipatdiary.com/learn/law/ramkhamhaeng-law-orientation/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Pitipat]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 17 Jun 2024 07:50:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[กฎหมาย]]></category>
		<category><![CDATA[นิติศาสตร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://pitipatdiary.com/?p=1916</guid>

					<description><![CDATA[<p>การเขียนตอบข้อสอบกฎหมาย ตอบข้อสอบบรรยาย การตอบข้อสอบบรร [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://pitipatdiary.com/learn/law/ramkhamhaeng-law-orientation/">ปฐมนิเทศรามคำแหง นิติศาสตร์ ภาคพิเศษ 16/6/67</a> appeared first on <a href="https://pitipatdiary.com">บันทึกของเภสัชอู๋</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<ul class="wp-block-list">
<li>ประมวลกฎหมายที่แจกคือประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 1-6 อาญา ข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม เมื่อถึงรหัสเลข 3 (ปี 3) จะต้องใช้ประมวลอีกเล่ม คือกฎหมายวิธีพิจารณาความ ต้องซื้อประมวลเอาเอง ไม่ได้แจกให้</li>



<li>ปกติแล้วนักกฎหมายจะใช้ประมวลเล่มเดิม ไม่เปลี่ยนเล่ม เพราะมีการจดอะไรต่างๆไว้ในนั้น และพกติดตัวไปอ่านที่อื่นเสมอ เว้นแต่จะมีการอัพเดทประมวลใหม่</li>



<li>หลักสูตรปรับปรุงทุก 5 ปี ปัจจุบันคือหลักสูตรปี 2565 มี 140 หน่วยกิต ส่วนที่เทียบโอนได้ 36 หน่วยกิตจากคนที่จบ ป.ตรี จากมหาลัยอื่น แต่ที่เทียบโอนไม่นำมาคิดเกรดให้</li>



<li>วิชา 2 หน่วยกิต สอบ 2 ชม. มีข้อสอบ 3 ข้อ</li>



<li>วิชา 3 หน่วยกิต สอบ 3.30 ชม. มีข้อสอบ 4 ข้อ</li>



<li>หลังสอบประมาณ 14 วัน จะประกาศผลสอบให้ทราบผ่านเพจ fb ของโครงการ</li>



<li>ถ้าสอบตก อาจารย์จะเขียน F เลย แต่ถ้าคนสอบตกเยอะ อาจารย์จะเขียนลากแถวยาวๆลงมา ไม่ได้เขียนคำว่า F ให้ อันนี้ใหรู้ว่า F</li>



<li>สอบตกครั้งแรก จะให้สอบแก้ตัวโดยไม่ต้องลงทะเบียนเรียนใหม่ได้ 1 ครั้ง</li>



<li>หากไม่มาสอบไล่ได้ มีสิทธิสอบแก้ตัวได้ 1 ครั้ง แต่ไม่สามารถเขียนคำร้องขอสอบแก้ตัวได้ในกรณีที่ไม่ว่างมาสอบ</li>



<li>ต้องเหลือไม่ถึง 30 หน่วยกิต และวิชานั้นไม่เปิดบรรยาย ถึงจะไปฝากเรียน ฝากสอบ กับโครงการอื่น เช่น วันธรรมดาตอนเย็นได้</li>



<li>ตอนสอบภาคพิเศษ ให้เข้าสายได้สูงสุดไม่เกิน 15 นาที หรือมาสอบก่อน 18.15 น. (แต่ถ้าภาคปกติสายได้ไม่เกิน 5 นาที) และออกจากห้องสอบเมื่อพ้นเวลาล่วงไป 30 นาทีแล้วเท่านั้น</li>



<li>สมุดคำตอบมี 3 สี แต่สีไหนไม่สำคัญ และข้อสอบเป็นอัตนัยทั้งหมด</li>



<li>กระดาษคำตอบเขียนแถวที่ / บัตรคิว คำตอบกระบวนวิชา เขียนรหัสวิชา เช่น LAW1106 เขียนรหัสประจำตัว นศ. 6701xxxx ชื่อ-นามสกุล ลงชื่อ นศ. ตรงคำปฏิญานตน</li>



<li>การทำข้อสอบ ไม่จำเป็นต้องทำข้อ 1 ก่อน เลือกที่จะทำข้อ 3 ก่อนได้ ก็เขียนเลขไว้หน้าข้อ แล้วเขียนคำตอบไป</li>



<li>การเขียนคำตอบแนะนำให้ทำครบทุกข้อ</li>



<li>เทคนิค แนะนำอ่านคำถามแล้วเขียนคำตอบไว้คร่าวๆ ว่าใช้มาตราอะไรบ้าง</li>



<li>ตัวบทกฎหมาย ไม่จำเป็นต้องเป๊ะตามตัวบทกฎหมาย แต่อย่าไปบัญญัติกฎหมายขึ้นเอง</li>



<li>เขียน 3 ส่วน คือ 1 วางตัวบทกฎหมาย 2 ขยายความตามโจทย์ 3. สรุป</li>



<li>หากทุจริต กระบวนวิชาที่สอบไปก่อนหน้านี้ ปรับตกทั้งหมด</li>
</ul>



<h1 class="wp-block-heading">การเขียนตอบข้อสอบกฎหมาย</h1>



<h2 class="wp-block-heading">ตอบข้อสอบบรรยาย</h2>



<p>การตอบข้อสอบบรรยาย อาจไม่ได้มีการเอาตัวบทกฎหมายมาใช้หรือมีก็ได้ เช่น อาจจะถามหลักการของกฎหมาย หรืออาจจะมีหลายประเด็นในข้อเดียว</p>



<p>การตอบแนะนำให้มี ย่อหน้า คือมีส่วนนำ มีเนื้อหา และมีสรุป </p>



<p>ในส่วนของส่วนนำอาจจะไม่ได้จำเป็นหรือซีเรียสมาก แต่ที่เราต้องใส่ใจเลยคือส่วนของเนื้อหา เพราะฉะนั้นเราต้องวางโครงก่อนว่า เราจะตอบกี่ประเด็น แล้วเราก็เรียงลำดับว่าเราพูดประเด็นไหนก่อนหลัง เวลาเขียนแนะนำว่าให้เขียนแต่ละประเด็นหลักหรือประเด็นสำคัญให้เขียนเป็นแต่ละย่อหน้า</p>



<p>ถ้าคำถามถ้ามีตัวบทเกี่ยวข้อง อาจเขียนประกอบไปในการบรรยายก็ได้ </p>



<p>พอได้ส่วนเนื้อหาแล้ว ก็เขียนสรุป โดยสรุปสักย่อหน้านึงที่เป็นประเด็นสำคัญ </p>



<h2 class="wp-block-heading">ตอบแบบมีตุ๊กตา เช่น นาย ก นาย ข</h2>



<p>ข้อสอบแบบมีตุ๊กตาเราจะเจอเยอะที่สุด มันจะมีเรื่องราว แล้วให้เราวินิจฉัยว่าทำได้ไหม ผิดไหม ทำได้หรือไม่ได้ตามบทบัญญัติกฎหมายใด </p>



<p>เทคนิคการเขียนตอบข้อสอบแบบนี้มีแบบนี้ (จำเป็นต้องมีครบทั้ง 3 ส่วน) คือ</p>



<ol class="wp-block-list">
<li><strong>หลักกฎหมาย (ตัวบท)</strong> ใส่มาตราที่จะใช้ตอบข้อสอบในข้อนั้นๆมาให้ครบ ตัวบทเราไม่จำเป็นต้องใส่ทุกวรรคตามมาตรานั้น เราจะใส่เฉพาะวรรคที่ใช้ก็ได้ เช่น มาตรานี้ วรรคนี้ ส่วนถ้าจำตัวบทเป๊ะๆไม่ได้ อย่างน้อยเขียนหลักมา ก็ยังพอได้คะแนน เขียนหลักมาว่าใจความสำคัญของมาตรานั้น คืออะไร เพื่อเอาไปปรับตามข้อเท็จจริงและใช้ในการวินิจฉัยได้<br>&#8211; ถ้าคำถามไม่ได้ถาม ควรตอบแค่เท่าที่ถามจะได้คะแนนดีกว่า เพราะถ้าเขียนมาเกิน อาจมองว่าตอบไม่ตรงคำถาม และเราไม่ได้เข้าใจคำถามนั้นจรืงๆ<br>&#8211; บางทีเราฟันธงผิด แต่ตัวบทถูก ตรงนี้อาจจะได้คะแนน</li>



<li><strong>วินิจฉัย</strong> เอาหลักกฎหมายที่เราเขียนในย่อหน้าแรกมาปรับกับข้อเท็จจริงในโจทย์ ว่าใครทำอะไร แล้วอธิบายเหตุและผลเพื่อที่จะนำไปสู่คำตอบ</li>



<li><strong>สรุป</strong> ยิ่งเป็นข้อสอบตุ๊กตา ควรจะมีย่อหน้าสรุป เช่น ก ไก่ ควรจะทำแบบนี้ไหม คือเขียนการตอบคำถามแบบตรงประเด็นไปเลย พร้อมเขียนกับว่าตามบทกฎหมายแห่งมาตราใด</li>
</ol>



<h2 class="wp-block-heading">เทคนิค</h2>



<ul class="wp-block-list">
<li>การแบ่งเวลา อ่านโจทย์ก่อนว่าข้อไหนทำได้ ทำไม่ได้ ข้อไหนใช้เวลานาน โดยเฉพาะถ้าเราทำข้อไหนได้ดี เรามักจะเสียเวลากับข้อนั้นนาน ทำให้ทำข้อที่เหลือไม่ทัน</li>



<li>พยายามทำให้ครบทุกข้อ เช่น มี 4 ข้อ เราจะผ่านอย่างน้อยต้องทำทั้ง 2 ข้อ คือ 50% และมันยากมากที่เราจะได้เต็มทั้ง 2 ข้อ ดังนั้นอย่าเสียเวลากับข้อใดข้อหนึ่งนานเกินไป</li>



<li>ใส่ keyword สำคัญที่ต้องตอบ ซึ่งก็จะสอดคล้องกับประเด็นแรกว่าต้องลิสประเด็นก่อนว่ามีประเด็นไหนบ้าง</li>



<li>คะแนนไม่ได้ขึ้นกับความยาว ขึ้นกับว่าเราเขียนครบทุกประเด็นหรือเปล่า นศ. เชื่อมโยงครบทุกองค์ประกอบของมาตรานั้นๆไหม จำไว้ว่า ความยาวไม่ได้สำคัญเท่าเนื้อหา</li>



<li>ถ้าอยากฝึกทำข้อสอบ แนะนำให้ไปดูข้อสอบเก่า อาจไปดูจากข้อสอบเก่าของส่วนกลาง ทำข้อสอบเก่าบ่อยๆก็ช่วยได้</li>



<li>ไปดูคำพิพากษาฎีกาต่างๆก็ช่วยได้ เพราะฎีกาต่างๆจะมี wording ที่เป็น keyword ที่ศาลใช้</li>



<li>นอกจากแปะตัวบท และเนื้อเรื่องแล้ว เราต้องเขียนเชื่อมโยงเหตุและผลได้ ถ้าไม่เขียนเชื่อมโยงอาจจะโดนมองว่าเราไม่เข้าใจ ดังนั้นต้องแม่นองค์ประกอบของมาตรานั้นๆ</li>



<li>เวลาที่มีการอ้างตัวบทกฎหมาย เราต้องมีการอ้างวรรค เช่น วรรค 1 วรรค 2 วรรค 3</li>
</ul>



<h3 class="wp-block-heading">ตัวอย่าง 1</h3>



<p>พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542</p>



<p>มาตรา 3 สัญญาทางปกครอง หมายความรวมถึง <mark style="background-color:rgba(0, 0, 0, 0)" class="has-inline-color has-color-1-color">สัญญาที่คู่สัญญาอย่างน้อยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครองหรือเป็นบุคคลซึ่งกระทำการแทนรัฐ</mark> <mark style="background-color:rgba(0, 0, 0, 0)" class="has-inline-color has-color-3-color">และมีลักษณะเป็นสัญญาสัมปทาน สัญญาที่ให้จัดทำบริการสาธารณะ หรือจัดให้มีสิ่งสาธารณูปโภคหรือแสวงประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ</mark></p>



<p>ถ้าคำถามๆว่า สัญญาก่อสร้างที่ทำกับ รพ.รัฐ เป็นระยะเวลา 6 เดือน จัดเป็นสัญญาทางปกครองหรือไม่ เราก็ต้องมาดูว่า สัญญานั้นเป็น<mark style="background-color:rgba(0, 0, 0, 0)" class="has-inline-color has-color-1-color">สัญญาที่คู่สัญญาอย่างน้อยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครองหรือเป็นบุคคลซึ่งกระทำการแทนรัฐ</mark> หรือไม่ เราก็ต้องมาดูว่า “หน่วยงานทางปกครอง” หมายถึงอะไร ซึ่งก็มีระบุไว้ในมาตรา 3 อีกวรรคนึงดังนี้</p>



<p>มาตรา 3 “หน่วยงานทางปกครอง” หมายความว่า กระทรวง ทบวง กรม ส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่น และมีฐานะเป็นกรม ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจที่ตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกา หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ และให้หมายความรวมถึงหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายให้ใช้อำนาจทางปกครองหรือให้ดำเนินกิจการทางปกครอง</p>



<p>ก็จะเห็นว่า รพ.รัฐ จัดเป็น “หน่วยงานทางปกครอง”  ดังนั้นก็ถือว่าเป็นสัญญาที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครอง ก็ต้องมาดูต่อว่า <mark style="background-color:rgba(0, 0, 0, 0)" class="has-inline-color has-color-3-color">มีลักษณะเป็นสัญญาสัมปทาน สัญญาที่ให้จัดทำบริการสาธารณะ หรือจัดให้มีสิ่งสาธารณูปโภคหรือแสวงประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ</mark> หรือไม่ </p>



<h3 class="wp-block-heading">ตัวอย่าง 2</h3>



<p>กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 <mark style="background-color:rgba(0, 0, 0, 0)" class="has-inline-color has-color-2-color">ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ </mark><mark style="background-color:rgba(0, 0, 0, 0)" class="has-inline-color has-color-3-color">ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมาย</mark><mark style="background-color:rgba(0, 0, 0, 0)" class="has-inline-color has-color-6-color">ให้เขาเสียหาย </mark>ถึงแก่ชีวิต แก่ร่างกาย อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างใดอย่างหนึ่งก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิดจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น</p>



<p>ดังนั้น ตัวบทนี้มี 3 ประเด็นคือ ผู้ใดจงใจประมาทเลิ่นเล่อ และทำต่อบุคคลอื่นโดนผิดกฎหมาย และทำให้เขาเสียหาย ดังนั้นถ้ามีครบ 3 องค์ประกอบนี้ ก ไก่ ก็เรียกค่าสินไหมทดแทนจาก ข ไข่ ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 420</p>



<h3 class="wp-block-heading">ตัวอย่าง 3</h3>



<p>มาตรา 270 ถ้า<mark style="background-color:rgba(0, 0, 0, 0)" class="has-inline-color has-color-1-color">ลูกหนี้ขอปฏิบัติการชำระหนี้ </mark>และ<mark style="background-color:rgba(0, 0, 0, 0)" class="has-inline-color has-color-4-color">เจ้าหนี้ไม่รับชำระหนี้นั้นโดยปราศจากมูลเหตุอันจะอ้างกฎหมายได้</mark>ไซร์ ท่านว่าเจ้าหนี้ตกเป็นผู้ผิดนัด</p>



<p>เช่น ก ไก่ ขอนัดชำระหนี้ แต่ ข ไข่ไม่รับชำระ ก็คือต้องตอบว่า ก ได้ ได้ขอปฏิบัติการชำระหนี้แล้ว แต่ ข ไข่ ไม่รับชำระ ก็ต้องมาดูว่าไม่รับชำระโดยมีมูลเหตุทางกฎหมายหรือไม่ ซึ่ง ข ไข่ ไม่ได้อ้างมูลเหตุอะไร ดังนั้น ข ไข่ ตกเป็นผู้ผิดนัดตามมาตรา 270</p>



<p>แต่ถ้าไม่รับชำระหนี้ เพราะ ก ไก่ ขอชำระหนี้ด้วยจักรยานยนต์แทน ข ไข่ จึงไม่รับ ซึ่งกรณีนี้<mark style="background-color:rgba(0, 0, 0, 0)" class="has-inline-color has-color-1-color">ลูกหนี้ขอปฏิบัติการชำระหนี้ </mark>แต่ไม่ใช่หนี้ที่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะกฎหมายบอกว่าเป็นหนี้อะไร ต้องใช้อย่างนั้น พอใช้เป็นอย่างอื่น เจ้าหนี้มีสิทธิปฏิเสธได้ ดังนั้น <mark style="background-color:rgba(0, 0, 0, 0)" class="has-inline-color has-color-4-color">เจ้าหนี้สามารถปฏิเสธโดยอ้างมูลเหตุทางกฎหมายได้</mark> แบบนี้เจ้าหนี้ไม่ผิดนัดชำระ</p>



<h3 class="wp-block-heading">ตัวอย่าง 4</h3>



<p>ประมวลกฎหมายอาญา</p>



<p>มาตรา 334<mark style="background-color:rgba(0, 0, 0, 0)" class="has-inline-color has-color-1-color"> ผู้ใดเอา</mark><mark style="background-color:rgba(0, 0, 0, 0)" class="has-inline-color has-color-3-color">ทรัพย์ของผู้อื่น หรือที่ผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วยไป</mark>โดย<mark style="background-color:rgba(0, 0, 0, 0)" class="has-inline-color has-color-6-color">ทุจริต</mark><mark style="background-color:rgba(0, 0, 0, 0)" class="has-inline-color has-color-3-color"> </mark>ผู้นั้นกระทำความผิดฐานหลักทรัพย์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี และปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท</p>



<p>ก็ต้องเขียนว่า ก ไก่ เอาไป ซึ่งคำว่าเอาไป หมายความว่ายังไง แล้วก็บอกว่าที่เอาไปนั้น เป็นทรัพย์ของผู้อื่น แล้วเราก็อธิบายว่าทรัพย์ของผู้อื่น หรือเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วยหมายความว่ายังไง แล้วก็ต้องอธิบายคำว่า โดยทุจริต ไว้ด้วย แล้วก็สรุปว่า ดังนั้น ก ไก่ กระทำความผิดฐานลักทรัพย์</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>วิธีจำ จำเป็นหลักก่อน แล้วค่อยจำเป็นข้อยกเว้น จะได้ไม่เอาหลักกับข้อยกเว้นมาปนกัน</li>
</ul>



<h3 class="wp-block-heading">ตัวอย่างข้อสอบบรรยาย 1</h3>



<p><strong>คำถาม : </strong>คำสั่งทางปกครองกับกฎแตกต่างกันอย่างไร จงอธิบายมาโดยละเอียด พร้อมยกหลักกฎหมายที่เกี่ยวข้อง</p>



<p><strong>แนวคำตอบ :</strong> มาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 ได้นิยามความหมายของคำว่า “คำสั่งทางปกครอง” และ “กฎ” ไว้</p>



<p>‘คำสั่งทางปกครอง’ เป็นการใช้อำนาจตามกฎหมายของเจ้าหน้าที่ที่มีผลเป็นการสร้างนิติสัมพันธ์ขึ้นระหว่างบุคคลในอันที่จะก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวน ระงับ หรือมีผลกระทบต่อสถานภาพของสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคล ไม่ว่าจะเป็นการถาวรหรือชั่วคราว เช่น การสั่งการ การอนุญาต การอนุมัติ การวินิจฉัยอุทธรณ์ การรับรอง และการรับจดทะเบียน แต่ไม่หมายความรวมถึงการออกกฎ</p>



<p>ส่วน ‘กฎ’ หมายความว่า พระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง ประกาศกระทรวง ข้อบัญญัติท้องถิ่น ระเบียบ ข้อบังคับ หรือบทบัญญัติอื่นที่มีผลบังคับเป็นการทั่วไป โดยไม่มุ่งหมายให้ใช้บังคับแก่กรณีใดหรือบุคคลใดเป็นการเฉพาะ</p>



<p>ดังนั้น คำสั่งทางปกครองต้องมีผลบังคับแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือกรณีใดกรณีหนึ่งโดยเฉพาะเจาะจง ซึ่งแตกต่างกับกฎ เนื่องจากกฎต้องมีผลบังคับเป็นการทั่วไปโดยไม่มุ่งหมายให้ใช้บังคับแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือกรณีใดกรณีหนึ่งเป็นการเฉพาะ</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>นอกจากนี้เราสามารถเขียนเสริมตามองค์ความรู้ที่เราเข้าใจนอกเหนือจากตัวบทได้ เช่น กฎ แม้ว่าจะไม่ได้ระบุใน มาตรา 5 แห่ง พรบ.วิธีการปฏิบัติทางศาลปกครอง แต่เรารู้ว่า กฎ หมายถึงกฎหมายระดับรอง ซึ่งมาตรา 5 ไม่ได้ระบุไว้ ก็เขียนเพิ่มไปได้</li>
</ul>



<h3 class="wp-block-heading">ตัวอย่างข้อสอบบรรยาย 2</h3>



<p><strong>คําถาม : </strong>ระยะเวลาในการอุทธรณ์คําสั่งทางปกครองสามารถขยายระยะเวลาออกไปได้ในกรณีใดบ้าง จงอธิบายมาโดยละเอียด พร้อมยกหลัก กฎหมายประกอบ</p>



<p><strong>แนวคําตอบ : </strong>ระยะเวลาในการอุทธรณ์คําสั่งทางปกครองสามารถขยายออกไปได้ 2 กรณีด้วยกัน ตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 ได้แก่</p>



<p>1) กรณีตามมาตรา 40 วรรคสอง ซึ่งเป็นการขยายระยะเวลาโดยผลของกฎหมาย กรณีที่เจ้าหน้าที่ไม่ได้มีการแจ้งรายละเอียดตาม หลักเกณฑ์ในวรรคหนึ่ง กล่าวคือ ระบุกรณีที่อาจอุทธรณ์หรือโต้แย้ง การยื่นคําอุทธรณ์หรือคําโต้แย้ง และระยะเวลาสําหรับการอุทธรณ์หรือการโต้แย้งไว้ หากไม่มีการแจ้งหลักเกณฑ์ดังกล่าวใหม่และระยะเวลาดังกล่าวสั้นกว่า 1 ปี ให้ขยายระยะเวลาเป็น 1 ปี นับแต่วันที่ได้รับคําสั่งทางปกครอง</p>



<p>2) กรณีตามมาตรา 66 เป็นการขยายระยะเวลาตามคําขอของคู่กรณี ในกรณีที่มีพฤติการณ์ที่จําเป็นอันเป็นเหตุให้คู่กรณีไม่อาจกระทําการได้ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกําหนด โดยเป็นพฤติการณ์ที่จําเป็นอันมิได้เกิดขึ้นจากความผิดของผู้นั้น</p>



<h3 class="wp-block-heading">ตัวอย่างข้อสอบตุ๊กตา 1</h3>



<p><strong>คําถาม :</strong> จันทร์จ้างอังคารทําแหวนเพชรหนึ่งวง โดยตกลงกันว่า จันทร์จะเป็นผู้หาเพชรมาให้อังคาร และจะส่งมอบเพชรให้แก่ อังคารภายในกําหนด 1 เดือน นับแต่วันทําสัญญา แต่ปรากฏว่าจันทร์ละเลยไม่นําเพชรมาให้อังคารตามกําหนด ดังนี้ ให้ วินิจฉัยว่า ในกรณีที่จะถือว่าจันทร์ตกเป็นผู้ผิดนัด อังคารจําเป็นต้องขอปฏิบัติการชําระหนี้ต่อจันทร์ก่อนหรือไม่ เพราะเหตุใด</p>



<p><strong>แนวค่าตอบ : </strong>หลักกฎหมาย ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 209 <strong>(หลักกฎหมาย)</strong></p>



<p>กรณีตามปัญหา เป็นกรณีที่เจ้าหนี้ต้องทําการบางอย่างก่อนที่จะให้ลูกหนี้ชําระหนี้ เช่นเดียวกับที่บัญญัติไว้ในมาตรา 208 วรรคสอง เพียงแต่กรณีของมาตรา 209 มีการเพิ่มเติมเวลาให้เจ้าหนี้กระทําการในเวลาที่กําหนดไว้แน่นอน เมื่อเจ้าหนี้ละเลยไม่ทําการ ภายในกําหนดเวลาดังกล่าว คือ การนําเพชรมาส่งมอบให้แก่อังคาร จันทร์ก็ตกเป็นเจ้าหนี้ผิดนัดทันที ตามประมวลกฎหมายแพ่งและ พาณิชย์ มาตรา 209 โดยที่อังคาร (ลูกหนี้) มิต้องดําเนินการใดแต่ประการใด <strong>(วินิจฉัย)</strong></p>



<p>ดังนั้น อังคารไม่จําเป็นต้องขอปฏิบัติการชําระหนี้ต่อจันทร์ก่อนแต่ประการใด <strong>(สรุป)</strong></p>



<h3 class="wp-block-heading">ตัวอย่างข้อสอบตุ๊กตา 2</h3>



<p><strong>ค่าถาม :</strong> จันทร์เช่าบ้านของอังคารอยู่ ปรากฏว่าพุธทําละเมิดจับรถยนต์ชนบ้านเช่าได้รับความเสียหายประมาณหนึ่งแสนบาท จันทร์ได้ใช้ค่าซ่อมแซมบ้านจํานวนเงินหนึ่งแสนบาทให้แก่อังคารไป ซึ่งอังคารก็รับไว้ ดังนี้ ให้วินิจฉัยว่าจันทร์จะเรียกร้องให้พุธผู้ทําละเมิดรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายจํานวนหนึ่งแสนบาทนั้นให้แก่ตนได้หรือไม่ เพราะเหตุใด</p>



<p><strong>แนวคําตอบ :</strong> หลักกฎหมาย ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 227 <strong>(หลักกฎหมาย)</strong></p>



<p>กรณีตามปัญหา จันทร์เป็นเพียงผู้เช่าธรรมดา ไม่มีหน้าที่ใดที่จะต้องรับผิดต่อผู้ให้เช่า กรณีจึงไม่ใช่ ลูกหนี้ตามมาตรา 227 รับช่วงสิทธิไม่เกิด กรณีไม่ต้องด้วยบทบัญญัติในมาตรา 227 จันทร์จะเรียกร้องให้พุธผู้ทําละเมิดชดใช้ ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายจํานวนหนึ่งแสนบาทให้แก่ตนไม่ได้ <strong>(วินิจฉัย)</strong></p>



<p>ดังนั้น จันทร์จะเรียกร้องให้พุธผู้ทําละเมิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายให้แก่ตนไม่ได้ <strong>(สรุป)</strong></p>



<h3 class="wp-block-heading">ภาษาเขียนกับภาษาพูด</h3>



<p><strong>ภาษาพูด: </strong>ผู้พูดเผชิญหน้าผู้ฟังอยู่ ย่อมรู้ได้ทันทีว่าผู้ฟังเข้าใจเรื่องที่ตนพูดดีหรือไม่ ถ้าไม่เข้าใจก็อาจพูดซ้ำได้โดยไม่เสียลีลาของภาษาพูด</p>



<p><strong>ภาษาเขียน: </strong>การกล่าวซ้ำในลักษณะที่ใช้พูดทำให้ภาษาเขียนฟุ้งเฟ้อซ้ำซากไม่น่าอ่าน</p>



<p>เวลาทำข้อสอบ นศ. ไม่ควรที่จะใช้ภาษาพูดในการเขียนตอบข้อสอบ ถึงแม้ว่าจะไม่มีการหักคะแนน แต่ตอนทำงานจริงต้องเอาไปใช้ ดังนั้นฝึกเสียตั้งแต่ตอนนี้ เช่น คดีโจทก์ไม่มีทางขาดอายุความเป็นภาษาพูด แต่ตอนเขียนก็ต้องเขียนว่า คดีโจทก์ยังไม่ขาดอายุความ</p>



<h3 class="wp-block-heading">ระบบตัวอักษรย่อในภาษากฎหมาย</h3>



<ul class="wp-block-list">
<li>การใช้ตัวอักษรย่อในภาษากฎหมายไทยนั้นเป็นที่นิยมใช้กันอยู่ทั่วไปเพื่อประหยัดเวลา แต่ไม่ได้มีการวางมาตรฐานในเรื่องนี้ให้เป็นระเบียบเดียวกัน</li>
</ul>



<p>ก็คือมันไม่เคยมีการวางมาตรฐานไว้ เราเอามาใช้กันเอง เช่น ป.วิ.อาญา ดังนั้นตอนเขียนตอบข้อสอบ เราไม่ควรเอาอักษรย่อมาใช้ ในการทำงานจริงก็เช่นเดียวกัน บางหน่วยงานก็ย่อไม่เหมือนกัน เช่น บางหน่วยงานย่อ พรก. ว่าพระราชกำหนด บางหน่วยงานย่อ พรก. ว่าพระราชกฤษฎีกา</p>



<h3 class="wp-block-heading">โวหารกฎหมายไทยที่ดี</h3>



<p>โวหารกฎหมายไทยที่ดี ต้องประกอบด้วยคุณลักษณะสำคัญ 6 ประการ</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>แจ้งชัดและปราศจากช่องโหว่</li>



<li>สั้นกะทัดรัด</li>



<li>ใช้ถ้อยคำในภาษากฎหมายให้เป็นระเบียบเดียวกันโดยตลอด</li>



<li>ใช้ถ้อยคำที่ใช้ในตัวบทกฎหมาย</li>



<li>สุภาพนุ่มนวล</li>



<li>สามารถจูงใจผู้ฟังผู้อ่านให้คล้อยตามได้</li>
</ol>



<p>ซึ่งเวลาร่างกฎหมาย เค้าคิดมาแล้ว ทุกคำที่ใส่มาจะมีความสำคัญและมีความหมายเสมอ ดังนั้นเวลาเขียนตอบ พยายามใช้คำที่เขียนอยู่ในตัวบทกฎหมาย เพื่อไม่ให้ความหมายมันดิ้นได้ สั้น และกระชับ</p>



<p>ใช้ถ่อยคำในภาษากฎหมายให้เป็นระเบียบเดียวกันโดยตลอด &gt;&gt;&gt; ถ้าต้องการให้คำมีความหมายอย่างเดียวกัน ควรใช้คำเดิม อย่างไรก็ดี ในทางปฏิบัติ กฎหมายฉบับเดียวกัน คนละมาตรา เปลี่ยนไปใช้อีกคำก็มี ซึ่งเป็นข้อบกพร่องตอนร่างกฎหมาย</p>



<p>สามารถจูงใจผู้ฟังผู้อ่านให้คล้อยตามได้ &gt;&gt;&gt; เป็นทักษะที่นักกฎหมายควรมี โดยเฉพาะคนที่เป็นทนายความ</p>
<p>The post <a href="https://pitipatdiary.com/learn/law/ramkhamhaeng-law-orientation/">ปฐมนิเทศรามคำแหง นิติศาสตร์ ภาคพิเศษ 16/6/67</a> appeared first on <a href="https://pitipatdiary.com">บันทึกของเภสัชอู๋</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://pitipatdiary.com/learn/law/ramkhamhaeng-law-orientation/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">1916</post-id>	</item>
	</channel>
</rss>
